Nintendo 3DS : จุดเริ่มต้นของระบบ 3 มิติบนเกมแบบพกพา

เมื่อเดือนมกราคม 2554  Nintendo ได้ประกาศไว้ว่าวันที่ 27 มีนาคม 2554 จะเป็นวัน D-Days ในการเปิดตัว เครื่องเล่นเกมส์แบบพกพาที่สามารถแสดงผล 3 มิติเครื่องแรกของโลก สามารถใช้งาน 3 มิติได้โดยไม่ต้องใช้แว่น 3 มิติใ ที่สำคัญ กำหนดราคาไว้ที่ 7500 บาทเท่านั้น
ที่ผ่านมา Nintendo DS ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมามากมาย ตั้งแต่ระบบ Accelerometer และ Gyroscope หรือเรียกง่ายๆว่าระบบเข็มทิศดิจิตอลเพื่อที่จะได้รู้ตำแหน่งและทิศทางของเครื่อง, จอ 3 มิติที่ทำงานแยกกัน,กล้อง 3 มิติ, ระบบอัลกอริทึมสำหรับเชื่อมต่อระบบไร้สายด้วยกันอัตโนมัตินับว่าเป็นการปูทางไปสู่ 3DS นั่นเอง
จนมาถึงเรื่องของ 3 มิติที่นับว่ายังเป็นจุดเริ่มต้นอยู่ สิ่งที่อยู่ใน 3DS นอกจาเรื่องของ 3 มิติแล้วจะเป็นการรวบรวมเอาสุดยอดเทคโนโลยีเอาไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ระบบเข็มทิศดิจิตอล, จอ 3 มิติแบบกว้าง, จอสัมผัสที่ทำงานแยกจากกัน, กล้อง 3 มิติ, ระบบเครือข่ายไร้สายที่ทำงานเองโดยอัตโนมัติ และจะแลกเปลี่ยนข้อมูลของเครื่อง เมื่อมีเครื่องอื่นๆอยู่ใกล้ๆ เรียกได้ว่าอุปกรณ์เกมส์พกพาในกระเป๋าของคุณนั้นจะเปลี่ยนโลกแห่งความเป็นจริงที่คุณอยู่ได้เลยทีเดียว
คุณสามารถทำอะไรได้มากมายด้วยอุปกรณ์น้ำหนักเพียง 2 ขีด เช่น ถ้าคุณอยากออกกำลังกายโดยไม่ต้องใช้เครื่องเล่นเกมส์ Wii ล่ะก็ให้ลองใช้ App ที่แถมไว้ใน 3DS ที่ชื่อ Fitness ตัว App นี้จะทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์วัดจำนวนก้าว โดยใช้การถือไว้แล้วเดินตามปกติ แต่ถ้าหากคุณอยากคุยกับเพื่อน หรืออยากจะหาเพื่อนใหม่ ก็สามารถหยิบ 3DS ออกมาเพื่อใช้สแกนหาผู้ใช้ 3DS ที่อยาใกล้เคียง หรือไม่ก็ไม่ต้องเปิดเครื่องขึ้นมาก็ได้ ตัวอุปกรณ์จะทำการค้นหาอุปกรณ์อื่นๆด้วยตัวเอง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล
หรือถ้าคุณอยากเข้าไปอยู่ในโลกแห่งความฝันก็ให้หยิบ 3DS ขึ้นมาเปิดโปรแกรมกล้อง 3 มิติ แล้วเล็งไปยังรอบๆตัว ตัวโปรแกรมจะทำการเปลี่ยนวัตถุผ่านกล้องนั้นเป็นภาพ 3 มิติ ให้เอง ด้วยเทคโนโลยี “Augmented Reality”
สรุปแล้ว 3DS สามารถแก้ปัญหาหลักของ 3 มิติได้ นั้นคือแว่น 3 มิติที่ไม่ค่อยมีใครชอบใส่นั่นเอง แต่ Nintendo สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เรามาจับตาดูครับว่า 3DS จะกลายเป็นผู้นำเรื่อง 3 มิติ หรือไม่