นักวิเคราะห์จาก Forrester มองว่าไม่มีแท็บเล็ตตัวใดในปี 2554 นี้ที่จะมาสู้กับ iPad 2 ได้ !! ประเด็นหลัก ๆมีสามอย่าง

อันดับแรกเป็นเรื่องของ "ข้อมูลการตลาด" มีข้อมูลจาก IDC ว่าขณะนี้ iPad ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ 73 % และ Forrester คาดว่าจะขยับขึ้นไปถึง 80 % (เฉพาะตลาด U.S.) อันดับที่สองเป็นเรื่องของ ‘User Experience’ Apple Store นั้นมีจุดแข็งด้านพนักงานที่บริการได้ดีทั้งทางด้านเทคนิค การสาธิตการใช้งาน และการตอบคำถามจากลูกค้าเมื่อเทียบกับ Store ใหญ่อื่น ๆ อันดับที่สามคือ "ราคา" ไม่ว่าจะเป็น Motorola Xoom ที่เปิดตัวไปด้วยราคา $799 , Samsung Galaxy Tab 2 (10.1 นิ้ว) ที่ยังไม่ระบุราคา (แต่ Galaxy Tab รุ่นแรกจอ 7 นิ้ว ราคาเปิดตัวสูงถึง $890) ,ส่วน BlackBerry PlayBook 16GB นั้นมีราคา $499 — แต่ PlayBook นั้นมีหน้าจอแค่ 7 นิ้ว ( iPad 2 จอ 9.7 นิ้ว)

นอก จากนี้ iPad 2 ยังมีคุณสมบัติที่เด่น ๆเช่น ตัวเครื่องบางเพียง 0.34 นิ้ว (บางที่สุดในตลาดแท็บเล็ตขณะนี้) และหนักเพียง 601 กรัม ( รุ่น Wi-Fi Only)

ที่สำคัญคือ Apple ออกคุณสมบัติเพิ่มเติมมาให้ iPad 2 ปิดจุดด้อยของ iPad รุ่นแรก เช่น การเพิ่มกล้องหน้าและหลังเข้ามา,เปลี่ยนชิปประมวลผลและชิปกราฟฟิกให้เร็ว ขึ้น แต่กินไฟเท่าเดิม,มีช่อง Speaker ใหญ่ด้านหลัง–ช่วยให้ได้อรรถรสในการฟังเพลงมากขึ้น,น้ำหนักตัวเครื่องเบาลง 79 กรัม,มีพอร์ต HDMI,มีเซ็นเซอร์ Gyroscope และตัวเครื่องยังดีไซน์ได้โค้งมน และมากกว่านั้นคือ Apple ขาย iPad 2 ราคาเดิมเท่ากับ iPad รุ่นแรก คือเริ่มต้นที่ $499

แม้ ว่าจะมีข่าวว่า  Sanjay Jha ผู้บริหารของโมโตโรลาบอกว่า Motorola Xoom (รุ่น Wi-Fi only) จะออกมาเร็ว ๆ นี้ (ราวเดือนเมษายน) ด้วยราคา $600 แต่นั่นก็เท่ากับ iPad 2(รุ่น Wi-Fi only) เราจึงไม่เห็นข้อได้เปรียบ ส่วนผู้ผลิตค่ายอื่น ๆคงต้องคิดหนัก ในเรื่องการตั้งราคาและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสู้กับ Apple

Bloomberg ยังคาดการณ์ว่า iPad 2 จะขายได้จำนวน 600,000 ในสัปดาห์แรกของการขาย (มากกว่า iPad รุ่นแรก 2 เท่า) และอาจจะขายได้มากกว่า 35 ล้านเครื่องภายในสิ้นปีนี้ ( iPad รุ่นแรกขายได้ประมาณ 15 ล้านเครื่อง)

ที่มา : pcworld,bloomberg