Gene Munster นักวิเคราะห์จาก Piper Jaffray ได้เผยแพร่รายงานการประเมินยอดขาย iPad 2 หลังจากเปิดตัว โดยเขากล่าวว่า การเพิ่มช่องทางขายค่อนข้างมากสำหรับ iPad 2 ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ เราอาจจะเห็นการต่อแถวที่สั้นลงกว่าเดิม แต่ยอดขายโดยรวมจะสูงมากทีเดียว Munster ตั้งข้อสังเกตว่า iPad เวอร์ชันแรกได้วางจำหน่ายผ่าน Apple Stores ในสหรัฐฯทั้งหมด 221 แห่ง และ Best Buy อีก 1,100 สาขา ในขณะที่ปีนี้ iPad 2 จะมีการจำหน่ายตามหน้าร้านต่างๆ มากกว่าถึง 10,000 แห่งในวันศุกร์นี้ ซึ่งรวมถึง Apple Stores 236 สาขา ศูนย์บริการของโอเปอเรเตอร์อย่าง AT&T และ Verizon Wireless ตลอดจนห้างใหญ่อย่าง Best Buy, Wal-Mart และ Target 

alt

"โดย ทั่วไป ดัชนีชี้วัดความฮอตของ iPad จะใช้ความยาวของแถวที่ยืนอยู่หน้าร้านของ Apple ในวันแรกที่วางตลาด" Munster เขียนในรายงานที่ส่งให้กับนักลงทุน "อย่างไรก็ตาม ปัจจัยอื่นๆ อย่างเช่น การจอง iPad 2 ผ่านออนไลน์ การวางจำหน่ายพร้อมกันในหลายๆ ประเทศ สภาพภูมิอากาศ เวลาเปิดขาย และการเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ทั้งหมดนี้มีผลต่อความพยายามของผู้บริโภคในการที่จะยืนต่อแถว แต่ครั้งนี้อาจจะใช้เป็นตัวชี้วัดไม่ได้ เนื่องจากลูกค้าสามารถซื้อหา iPad 2 ได้ง่ายมาก" เมื่อปีที่แล้ว Apple ได้อนุญาตให้ผู้ซื้อ iPad สั่งซื้อล่วงหน้าผ่านออนไลน์ โดยทางบริษัทจะจัดส่งให้ในวันเดียวกันกับวันแรกที่วางตลาด แต่ปีนี้ไม่มีการสั่งจองล่วงหน้า ซึ่งนั่นหมายความว่า หากลูกค้าต้องการ iPad 2 ในวันศุกร์พวกเขาจะต้องไปซื้อมันที่ร้าน โดยลูกค้าเป็นจำนวนมากจะกระจายอยู่ตามหน้าร้านต่างๆ ร่วม 10,000 แห่ง (มากกว่าเดิมเกือบ 10 เท่า) เฉลี่ยกันไป

alt

อีก ปัจจัยหนึ่งก็คือ iPad 2 มีให้ลูกค้าเลือกซื้อทันทีทั้งเวอร์ชัน Wi-Fi และ 3G และการวางจำหน่ายในหลายๆ ประเทศพร้อมกันยิ่งส่งผลให้ยอดขายของ iPad 2 น่าจะสูงมาก โดยตัวเลขที่ Munster ประเมินไว้คือ Apple น่าจะสามารถจำหน่าย iPad 2 ได้ 5.5 ล้านเครื่องภายในไตรมาสแรก (ประมาณ 20 วัน) ซึ่งสูงกว่า iPad รุ่นแรกที่ขายได้ 3.27 ล้านเครื่องในไตรมาสแรก ปัจจัยที่ iPad 2 จะขายดียังมีเรื่องของคุณสมบัติการทำงานของเครื่องที่ดีกว่ารุ่นแรกอย่าง เห็นได้ชัดในขณะที่ราคาเท่ากัน

เว็บไซต์ในข่าว: Apple

หลังจากได้มีการเปิดตัว iPad 2 เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา Gene Munster นักวิเคราะห์ตลาดจาก Piper Jaffray คาดว่า Apple น่าจะสามารถทำยอดขายของแท็บเล็ตรุ่นใหม่ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ได้สูงถึง 5.5 ล้านเครื่อง ทั้งๆ ที่เริ่มวางตลาดวันแรก 11 มีนาคม ศกนี้